ในบรรดางานอดิเรกทั้งหลายการอ่านหนังสือจัดได้ว่าเป็นงานอดิเรกที่โดดเดี่ยวที่สุดงานหนึ่ง หลายๆครั้งผมอดที่จะอิจฉางานอดิเรกของเพื่อนๆไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพ, ดูหนัง, ฟังเพลงหรือเล่นดนตรี จนกระทั่งบางคนมีงานอดิเรกคือการจีบสาว!!! ซึ่งล้วนแต่เป็นงานอดิเรกที่ได้ออกไปพบปะผู้คน ต่างจากการอ่านหนังสือแบบเอาเนื้อหาใจความ (ไม่ใช่การอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร) ที่ต้องใช้สมาธิในการอ่านอย่างสูง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่สามารถอ่านนอกสถานที่หรืออ่านเป็นทีมร่วมกับใครได้...ช่างเป็นงานอดิเรกที่น่าหดหู่เป็นอย่างยิ่งจนกระทั่งเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาเพื่อนนักอ่านท่านหนึ่งได้นำหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ยืมโดยที่ผมไม่ได้เอ่ยปากขอ "ลองอ่านดูเป็นการเล่าเรื่องอีกแบบที่เราไม่คุ้นเคย จากสุดยอดนักเขียน" เพื่อนนักอ่านแนะนำกับผม ผมมองดูชื่อผู้แต่ง เคยได้ยินผ่านหูมาหลายครั้งแต่ไม่เคยได้ลองอ่านผลงานของนักเขียนชื่อดังท่านนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องด้วยการงานอันสาหัสในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้เวลาสำหรับงานอดิเรกชิ้นเดียวของผมจึงน้อยลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้พอจะมีเวลาว่างบ้างก็จะเลือกอ่านหนังสือจากนักเขียนที่ชื่นชอบก่อน ไม่เว้นแม้กระทั่งการอ่านหนังสือการ์ตูน หรือการดูหนังก็ตาม เป็นไปได้ผมมักจะเลือกจากนักเขียนและผู้กำกับที่ชอบเป็นทุนเดิมก่อน(อาจเป็นเพราะไม่อยากจะไปเสียเวลาที่มีอยู่อย่างน้อยนิด) หนังสือของเพื่อนนักอ่านผู้หวังดีจึงนอนสงบอยู่บนชั้นหนังสือเป็นเวลาแรมเดือน
หลังจากเสร็จสิ้นจากการงานอันสาหัสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงได้เริ่มทำความรู้จักกับผลงานของนักเขียนในตำนานผู้นั้น วิธีการนำเสนอเป็นความเรียงหาใช่เรื่องสั้นที่ถือว่าเป็นท่าไม้ตายอันเลื่องเชื่อของนักเขียนท่านนี้ เนื้อหาภายในพูดถึงวิถีการทำงานของผู้แต่ง ผู้ซึ่งหลงใหลในการทำงานหนัก จนถึงขั้นหมกมุ่นเลยก็ว่าได้ ผู้ที่ยอมทิ้งทุกอย่างโดยเลือกที่จะฝึกตนให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง เคี่ยวกรำตัวเองให้พ้นผ่านอารมณ์สั่นไหวต่างๆเพียงเพื่อที่จะแลกมาด้วยงานประพันธ์ชั้นยอด
ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน พ่อค้า คนขับแท็กซี่ หรือแม้กระทั่งหมอนวดมือฉกาจ ผมมักจะชื่นชมกับผู้ที่มี passion ในการทำงานสูงและฝึกตนด้วยการทำงานหนัก ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ที่มักจะมองหาความสำเร็จด้วยทางลัดอยู่เสมอ ผมใช้เวลาไม่นานก็อ่านจบ ...แต่กลับไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแบบเช่นเคย!!! แต่ถึงแม้มันจะเกิดขึ้นในครั้งต่อๆไปก็คงไม่เป็นไรเพราะอย่างน้อยที่สุดผมก็ได้รับรู้ว่านักเขียนท่านหนึ่ง(และคนมีอีกหลายๆท่าน)กำลังต่อสู้อยู่กับการงานอันได้ชื่อว่าโดดเดี่ยวอย่างยิ่งนั้น เพียงเพื่อส่งต่อความโดดเดี่ยวที่ว่าผ่านตัวหนังสือสู่นักอ่านผู้โดดเดี่ยวอีกนับร้อยนับพัน
ด้วยจิตคารวะ จากนักอ่านผู้โดดเดี่ยวถึงกวีผู้ล่วงลับ...กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
4 ความคิดเห็น:
ไม่ธรรมดาแฮะ
อ่านแล้ว....
ส่วนตัวคงหา บล๊อกเพื่อนอ่านแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ
อ่านแล้ว....
อ่านแล้วนึกดีใจในพารากราฟแรกๆของเนื้อหา แต่ตอนจบนี่ซิ นึกขึ้นมาได้ว่า แล้วเพื่อนตรูจะเอาเวลาที่ไหนหาหญิงว่ะเนี่ย
จงสนุกกับงานอดิเรกที่เหงาต่อไปถ้าสุขใจ นี่ยังเหงาไม่พอใช่มั้ย(ชอบคำนี้ยืมเพื่อนมาใช้)
ก็รอให้เพื่อนปาร์คกับเพื่อนน้ำช่วยหาให้ไงครับ...จะตั้งตารอต่อไป
แวะมาเยี่ยม( ต้องเรียกว่า เมนท์ซิ )
หลังจากพยายาม post มาหลายครั้ง
เยี่ยมครับ พี่น้อง .....
แสดงความคิดเห็น