14.7.51

Inspired by Inner Complexity : 2006

เรื่องราวของแฟชั่นช่างเป็นสิ่งที่ไกลตัวผมเหลือเกิน และไม่เคยคิดที่จะไปทำความรู้จักกับมันมากนัก ซ้ำยังรู้สึกดูแคลนกับศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสีสัน ความหวือหวา ฉาบฉวย และอายุอันสั้นของมัน นี่คือสิ่งที่ผมเคยรู้สึกเมื่อหลายปีก่อน

จนกระทั่งได้มีโอกาสทำงานออกแบบให้กับห้องเสื้อชื่อดังของไทย ทำให้ต้องเข้าไปทำความรู้จักกับมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ และทุกครั้งสำหรับการทำความรู้จักกับสิ่งใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคยคงต้องเริ่มจาก...เปิดใจ หากเป็นคนก็คงเริ่มจากคนเคยเหม็นหน้ากัน...กลายมาเป็นคนรู้จัก จากคนรู้จัก...กลายมาเป็นคนสนิท...เอ่อ...แต่คงไม่ถึงขั้นคนรู้ใจแน่ๆ ผมไม่ได้รักมันขนาดนั้น!!!

หลังจากทำความรู้จักกันในหลายแง่มุมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ textile, conceptual, season, trend จนกระทั่งเรื่องของ brand ผมก็ได้พบกับบางสิ่งที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆแต่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง...ครับผมกำลังจะพูดถึง pattern และ ตะเข็บ ในการตัดเย็บเสื้อผ้าสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องของการออกแบบ หรือชนิดและสีสันของเนื้อผ้า นั่นก็คือรอยต่อ(ตะเข็บ,pattern) ของผ้าแต่ละชิ้นซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงสร้างที่สำคัญที่จะนำมาซึ่งความสวยงามของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

บนพื้นที่ 50 ตารางเมตรของ inspired by inner complexity ชั้น3 สยามเซ็นเตอร์ การใช้ pattren และรอยต่อของวัสดุมาเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นสายทางด้านโครงสร้างที่ทำให้เกิดมิติ และ finishing ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นเส้นสายในงานผนัง ราวแขวนผ้า รูปทรงของฝ้าเพดาน การเรียงตัวของแสงสว่างรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ใช้เส้นเอียงเพื่อให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่รุนแรงโดยสร้างมิติที่ลวงตาในทัศนียภาพไปจบกับ reflective wall ที่ทำมุมเอียงกับองค์ประกอบทั้งหลายสะท้อนกลับออกมาเป็นที่ว่างที่แปลกตาชวนให้ค้นหาความหมายภายใน โดยเล่าเรื่องผ่านโครงสร้างของฝ้าและผนังที่ตีความจากรูปปีกนกอิทรีย์ซึ่งเป็นโลโก้ของร้านในเฉดสีโมโนโทนขาวและดำ เพื่อทำหน้าที่เป็น backdrop ให้กับพระเอกของงานตัวจริงนั่นคือเสื้อผ้าภายในร้านที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามแต่ละ season และแรงบันดาลใจของดีไซน์เนอร์






เบื้องหลังงานก่อสร้าง
***เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัดทำให้ไม่สามารถเอียง reflective wall ได้ตามที่ต้องการ effect ที่เกิดขึ้นจึงไม่ชัดตามที่ต้องการแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
***งานดวงโคม lighting ภายในจากหลอด FLU. T4 ที่ให้ effect ของแสงเป็นเส้นตามที่ต้องการ ต้องเปลี่ยนเป็นดวงโคม spotlight ที่ให้ effect เป็นจุดๆแล้วนำมาจัดเรียงให้เป็นเส้นแทน เนื่องจากทางห้างไม่อนุญาติให้ใช้หลอดไฟ FLU.T4 ในงานอกแบบ (กลัวว่าจะดูไม่สมราคาห้าง)
***ระบบปรับอากาศที่ทางห้างจัดเตรียมใว้ให้เป็นแบบ Cassette Type โดยไม่อนุญาติให้ดัดแปลงใดๆทั้งสิ้น ซึ่งผมมองว่าหากเป็น Conceal Type ชนิด duct connection น่าจะเหมาะกว่าในแง่ความสวยงาม

ภาพถ่ายทั้งหมดจากแฟ้มภาพบริษัทแวสแล็บ

http://www.art4d.com/a4d/iss_content.php?type=article&show=detail&id1=134&id2=8

5 ความคิดเห็น:

Siradol กล่าวว่า...

เข้ามาอ่าน อิอิ

เอามาฝาก อิอิ โหลดเองนะ
http://www.somersethouse.org.uk/skinbones/skinbones/617.asp

p@rkie กล่าวว่า...

จริงๆแล้ว แฟชั่นไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรอก ผมมีตัวอย่างมากมายจากส่วนตัว จากผองเพื่อน จากคนรอบๆข้าง ผมเองก็มักโดนอิทธิพล กระแสของแฟชั่นมาช่วยทำให้เราไม่ตกยุค และยังอินเทรนต่อไปได้ในสังคมเมือง อย่าปฏิเสธครับ คุณ INSOMNIAC ก็เป็นเหมือนกัน
ถ้าจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ผมเองมีเพื่อนอยู่ท่านนึง ก่อนหน้านี้ แฟชั่น สังคมเมือง เทรนต่างๆ ไม่เคยได้กล่ำกลายหนุ่มผู้นี้เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะตอนกำลังศึกษา หรือหลังจากจบการศึกษา เค้ายังเป็นเค้า ตัวเองที่ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะ กางเกงยีนส์ขากระบอก กางเกงชาวเล เสื้อกล้ามและเสื้อยืดคอกลมสี monotone เห็นได้ทุกครั้งที่เค้าปรากฏกายต่อหน้ามิตรสหาย แต่หลังจากการอพยพเข้าเมืองด้วยภารกิจอันหลากหลายและสับสนนั้น มีอิทธิพลทำให้ แฟชั่นเข้ามาอยู่ในชีวิต ร่างกายของเค้าไม่มากก็น้อยละผมว่า อย่างนึงแน่ๆ จากขากระบอกสู่ ขาเดฟ โอ้วพระเจ้า “กางเกงเลที่หายไป” สั้นๆแค่นี้
เราทุกคนก็คงไม่สามารถหนีแฟชั่นได้หรอก เพียงแต่เราจะเลือกใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไรก็แค่นั้น ผมมีความเชื่อ ว่าเราจะสนุกกับแฟชั่นได้ นิยามแฟชั่นของผมอาจจะต่างไป ไม่ว่าจะเรื่อง เสื้อผ้า หน้า ผม เรียนต่อโท เทคโนโลยี เด็กแว้น HipHop นักบอล ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นแฟชั่นสำหรับผม

Insomniac กล่าวว่า...

ขอบคุณ siradol นะครับที่แวะมาเยี่ยมและยังฝากlink มาให้ถึงแม้ว่าผมจะอ่านไม่ค่อยออกและก็คงไม่มีเวลามานั่งแปลแน่ๆ แล้วจะแวะไปเยี่ยม blog ของคุณ siradol นะครับ

Siradol กล่าวว่า...

แก้ลิ้งค์ให้ใหม่

http://www.somersethouse.org.uk/documents/skinbones_exhibition_guide.pdf

เอกสารประกอบนิทรรศการ Skin+Bones
Parallel practices in fashion and archiecture จำนวน 57 หน้า

เนื้อหาของงานมาจากสมมติฐานที่ว่า แฟชั่นและสถาปัตยกรรม มีบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน เช่น เป็นเกราะกำบังฝน ลม, การสร้าง space จากระนาบสองมิติ, การร่วมใช้เทคนิคต่างๆร่วมกัน (เรื่องของเรื่องเห็นพูดถึงเรื่องนี้ด้วย)

ปล. เห็น Yohji Yamamoto แล้วนึกถึงเรื่องที่บูมเล่า เรื่องแกรื้อเสื้อทหารเก่ามาทำใหม่

สรุปทั้งหมดคือ หาแฟนเป็น fashion designer ก็ดีนะ

Insomniac กล่าวว่า...

งั้นคุณ siradol ช่วยหาให้ผมสักคนสิครับ
คุยไปคุยมาไม่พ้นเรื่องนี้อีกแล้ว...