ภาพความผิดหวังจากเอเธนส์เมื่อ 4 ปีที่แล้วยังคงติดตาผมอยู่ ในฐานะเต็งหนึ่งของนักมวยไทยในเอเธนส์เกมส์ที่ต้องกลับบ้านมือเปล่า ด้วยวัย 29 ปี ณ ตอนนั้น ตอนที่มั่นใจที่สุดในชีวิตของนักชกแต่กลับต้องผิดหวังชนิดที่ไม่รู้ว่าจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อไปได้อย่างไร ความผิดหวังเมื่อ 4 ปีที่แล้วมันหนักหนาเกินไปที่จะทำใจให้ยอมรับได้
"ผมไม่ได้ล้ม ผมแค่เซเท่านั้น ผมจะกลับมาใหม่" สมจิตรกล่าวหลังจากจัดการกับความรู้สึกของตัวเองลงได้
จากวันนั้นถึงวันนี้ จากเอเธนส์ถึงปักกิ่ง สมจิตรเริ่มต้นอีกครั้งด้วยตำแหน่งกัปตันทีมนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย และแน่นอนสมจิตรถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งอีกครั้งในการคว้าเหรียญทองเหมือนเช่น 4 ปีที่แล้วที่เอเธนส์เกมส์
ขุนพลเสื้อกล้ามของไทยค่อนข้างโชคดีที่จับฉลากได้บายในรอบแรกไปหลายคน...แต่ไม่ใช่สมจิตร และนั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะสมจิตรรู้ดีว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคู่ต่อสู้คือ...ตัวเอง เอเธนส์เกมส์บอกสมจิตรไว้อย่างนั้น
ด้วยฟอร์มการชกอย่างเหนือชั้น ความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมบวกกับความฟิตที่หาไม่ได้จากนักมวยไทยคนอื่น
39 หมัดที่ทำได้และเสียไปเพียงแค่ 7 หมัดจากทั้งหมด 5 รอบการแข่งขัน
สมจิตรสามารถไล่ล่าความฝันที่ทำหล่นหายเมื่อ 4 ปีก่อนได้สมใจ
ไม่ต้องสงสัยว่า 4 ปีที่ผ่านมาเค้าไปทำอะไรมาบ้าง...ทุกคนคงรู้ดี
ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิคคนนี้คงไม่เกิดขึ้น หากไม่ลืมความผิดหวังที่ไม่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติเมื่อครั้งพ่ายให้กับนักชกรุ่นพี่อย่างวิจารณ์ พลฤทธิ์ในโอลิมปิกที่ซิดนีย์
ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิคคนนี้คงไม่เกิดขึ้น หากไม่ยอมตื่นจากฝันร้ายเมื่อนำอยู่สามแต้มในยกสี่ ของรอบสองที่เอเธนส์ ในฐานะเต็งหนึ่ง
ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิคคนนี้คงไม่เกิดขึ้น หากไม่เชื่อในความสามารถของตนเองที่มีอยู่ และลุกขึ้นมาฝึกตนอย่างหนักอีกครั้งเพื่อทำภารกิจที่ยังค้างคาให้ลุล่วง กับโอกาสสุดท้ายด้วยวัย 33 ปี
"ผมดีใจครับ ผมผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ อยากให้คนไทยทุกคนสู้อย่างผม"
สมจิตรฟูมฟายหลังเกมส์แห่งชีวิตและไม่ลืมที่จะมอบความสุขให้กับพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยน้ำตานองหน้า
ใครจะไปรู้น้ำตา(และน้ำมูก)ของนักสู้คนหนึ่งถูกส่งผ่านดาวเทียมมายังแผ่นดินเกิดให้คนอีกนับล้านต้องเสียน้ำตาตามด้วยความปลื้มปิติ
อย่างน้อยก็มีผมคนนึงล่ะที่ยอมเสียน้ำตากับเรื่องพรรค์นี้...ด้วยความเต็มใจ




ภาพประกอบทั้งหมดจาก manager
3 ความคิดเห็น:
ชื่นชมในชัยชนะของคุณสมจิตเช่นกันครับ
แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่า "วีรบุรุษ"
ยินดีกับสมจิตรและนักกีฬาทุกคนเลยครับ
ผมรักประเทศไทยจัง
มหกรรมกีฬาครั้งนี้ทำให้ผมได้แง่มุมดีๆน่ารักๆจากนักกีฬาไทยสองคนครับ สองคนนั้นคือ มนัส กับน้องสอง บุตรีครับ
ภาพที่เรามักเห็นจากผู้แพ้ อาจจะร้องให้ย้าง ไม่อยากจับมือกับคู่แข่งกรรมการ ฯลฯ กิริยาหลากหลายจากอาการผิด หวังเสียใจ แต่ไม่ใช่จากนักกีฬาสองคนนี้ รอยยิ้มสยามจากการรับเหรียญของทั้งสองคน สายตาที่แสดงออกมา ผมรับรู้ได้ครับ ผมรักนักกีฬาแบบนี้ครับ ที่รู้จักแพ้ แพ้ให้เป็น ชนะให้เป็น และอภัยให้เป็น
"ผมทำเต็มที่แล้วครับ ไม่เสียใจครับ" นี่คือคำพูดของมนัสครับ
ขณะนั้นเองที่หน้าจอทีวี นักข่าวจากสถานีที่กำลังโดนบุกตอนนี้ รายงานจากราชบุรีบ้านเกิดมนัส เอ่ยคำถามมาว่า
คุณแม่ค่ะ คุณแม่เสียใจมากน้อยแค่ไหนค่ะ.....
.....ถามมาได้ บ้าหรือเปล่า......
จริงๆแล้ว เรื่องนี้เป็นข้อคิดที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้นะครับ ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันไปครับ
แสดงความคิดเห็น