25.2.52

invisible force : 2007 underconstruction

ในบรรดางานออกแบบอาคารทั้งหลาย "บ้าน" คือสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด และนับว่าเป็นโอกาสอันดีหลังจากได้ออกแบบบ้านในเมือง(สุขุมวิท 49) และบ้านต่างจังหวัด(bunker house)มาแล้ว 2 หลัง(2006)...คราวนี้(2007)ได้มีโอกาสออกแบบบ้านในฝันของใครหลายคน นั่นก็คือบ้านพักตากอากาศริมทะเล(หัวหิน)...และที่พิเศษมากขึ้นไปอีกก็เพราะว่า มันมีโจทย์ว่าต้อง "ขาย"

"ขายอะไร"......

หากนึกถึงทะเลแล้วหลายคนคงนึกถึง ความสงบ ความโรแมนติก พาโนรามาวิว กระทั่งจนปาร์ตี้ชนิดลืมตายก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ผมจะ"ขาย"นั้นคือ

"สิ่งที่มองไม่เห็น...แต่รู้สึกได้"
เอ่อ...ไม่ใช่ความรักนะครับ(อันนี้ไม่รู้จัก) ผมหมายถึง "ลม"

"ลม"กับทะเลนับเป็นของคู่กันอยู่แล้ว แต่"ลม"กับอาคารประเภทบ้านแถว(townhouse)ต้องนับว่าไม่ถูกกันอย่างแรง การออกแบบโปรเจคนี้จึงนำ "ลม" มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบโดยให้ "ลม" สามารถเข้าถึงได้ตลอดในทุกๆพื้นที่ของบ้าน ถึงแม้จะเป็นอาคารประเภท townhouse แต่ด้วยความกว้างของแต่ละ unit ที่กว้างถึง 8 เมตรนั้นทำให้การไหลเวียนของ "ลม"เป็นไปได้อย่างสบาย ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง ( double space ตลอดแนว ) นอกจากการนำ "ลม" มาใช้กับ space แล้ว ตัวสถาปัตยกรรมยังถูกออกแบบให้แสดงออกทางกายภาพถึงการถูกกระทำจากแรง "ลม" อีกด้วย.

.
.
.
หายหน้าหายตาไปนาน(ร่วม4เดือน)...กว่าจะเขียนจบ "ลม" แทบจับ

Latitude 12 เป็นโปรเจคบ้านพักตากอากาศชนิดบ้านแถว(townhouse) ระดับหรู จำนวน 5 unit ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ริมชายหาด ชะอำ-หัวหิน
โดย ไพรเวทพร็อบเพอร์ตี้ เดเวลลอปเมนท์
ออกแบบสถาปัตยกรรมโดย แวสแล็บ
ออกแบบภายในโดย GIM DESIGN
ใครอยากเป็นเจ้าของบ้านพักตากอากาศซิ่งๆสักหลังดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


http://www.privateproperty.co.th/latitude/

ภาพทั้งหมดโดย บ.แวสแล็บ

5 ความคิดเห็น:

1306ix กล่าวว่า...

ลมเย็นๆ เธอสบายหรือยังล่ะ
ลมเย็นๆ เธอสบายดีหรือเปล่า

เล่นกับลม ระวังติดลมนะครับ
แล้วจะว่าผมไม่เตือน^^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พูดถึงลมก็นึกถึงการเล่นว่าว เวลาลมแรงๆ นะ

สีสันของว่าวโฟมรูปเครื่องบินริมหาดชะอำกับมาแกละน้อยตัวน่ารัก มันกลับมาในความทรงจำของผมซะแล้วซิ

คิดถึงชะอำ คิดถึงลมหน้าร้อน อากาศในเมืองมันร้อนขนาดนี้ต้องหาลมทะเลมาช่วยน่าจะดี

ไม่เคยเห็นทาวส์เฮ้าส์ ที่หน้าตาซ้ำๆกันแบบมี ดีไซน์เลย แปลกตาดี แต่ราคาขายก็น่าจะหนาวรับลมอยู่นะเนี่ย!

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ลมนี้ ลมนั้น ลมใหน
ลมใน ลมนอก ลมออก ลมเข้า เรารู้
ลมพัด ลมผัน ลมผ่าน ซอกรู
จู้ฮุกกรูนั่งดูลมสุขสมเอย

ปล.
โปรดช่วยอธิบายขยายความ
ลมไหลไหวตามทั่วทั้งหลัง
เห็นมีกระจกกางกั้นคล้ายปิดบัง
ตอบกระจ่างจังเป็นความรู้คู่สายลม .. เฮย

ชายผู้มากับสายลม

p@rkie กล่าวว่า...

ขอตอบชายผู้มากับสายลมได้มัยฮะ เฮ แฮ

ผมคิดเอาเองว่า เปิดประตูซิครับ ลมจะได้เข้า

รึจะเอากระจกออกดี เพื่อลมที่ flowwww

ฤาแฮ!! ฮึฮึ

Insomniac กล่าวว่า...

ถูกต้องตามที่ parkie บอกครับ ลมจะเข้าก็ต้องเปิดกระจกสิครับ ไม่งั้นนอนตบยุงกันตายเลย

แต่ในส่วน public และ ทางสัญจร ไม่ต้องเปิดลมก็ผ่านได้ครับ เพราะออกแบบให้เป็น open air อยู่แล้ว และมีทางเข้า-ออกของลมอย่างชัดเจน